2019S_RVHO: นั่งรถ เรคยาวิก-วิก อีกครั้ง เพื่อไปดูน้ำแข็งให้ได้!!

Published by

on

Day 6: Back to Reykjavik

วันนี้ไม่มีอะไรมาก เพราะเป็นการนั่งรถยาว ๆ เลย ออกจากโฮฟประมาณเที่ยง เจอกับคุณคนขับคนเดิมกับตอนขามา และมีเพื่อนร่วมทางเพียง 1 คน แวะจอดที่วิกที่เดิมเพื่อเปลี่ยนรถ และนั่งต่อกลับไปที่เรคยาวิก ซึ่งจะไปสิ้นสุดที่สถานี Mjódd จากนั้นเราต้องต่อรถอีกสายเพื่อเข้าไปในตัวเมืองเพื่อไปให้ถึงที่พักอีกต่อนึง และคืนนี้เรานอนที่ Galaxy Pod

นอกจาก day tour ตอนกลางวันแล้ว ที่นี่ก็ยังมีทัวร์ตอนกลางคืนด้วย นั่นก็คือ ทัวร์ล่าแสงเหนือนั่นเอง สามารถหาข้อมูลได้มากมายมีหลายเจ้าเลย โดยทัวร์จะเริ่มมารับตอนช่วงหัวค่ำแล้วพาออกไปตามจุดต่าง ๆ ที่เป็นจุดดูแสงเหนือ ซึ่งถ้าจะให้ไม่เสียเวลาก็ควรเช็คค่า KP ไปก่อน จะได้ไม่ต้องจองให้เสียเวลาค่ะ ส่วนเราโชคไม่ดีไม่ได้เจอเลยแม้แต่นิดเดียว ฮืออออ

Day 7: Jökulsárlón

ทัวร์ที่เราจองวันนี้เป็น Small-group Glacier Lagoon (Jokulsarlon) Day Trip from Reykjavik โดยจองผ่าน Viator ราคาประมาณ 4,600 บาท กลุ่มละประมาณ 10-12 คน รถมารับถึงหน้าโฮสเทลเลย (จะมีรายละเอียดจุดรับ-ส่งที่อยู่ในเส้นทางระบุอยู่) แพคเกจนี้เหมาะสำหรับครอบครัวเล็ก ๆ หรือคนที่ไม่อยากทำกิจกรรมอะไรมาก แนะนำเลยค่ะ 

จากหลายวันที่ผ่านมา ถึงแม้จะเจออุปสรรคแค่ไหน เราก็ตั้งใจไว้แล้วว่าจะพลาดโจกุลซาลอนไม่ได้ แม้ว่าจะต้องเริ่มเดินทางออกจากเรคยาวิกอีกครั้ง ผ่านวิกซึ่งเราจำทุกร้าน ทุกถนนได้อย่างขึ้นใจ แต่บรรยากาศก็ไม่เหมือนกับวันที่ผ่านมา เพราะวิกที่เราได้มาเยือนวันนี้เต็มไปด้วยหิมะขาวโพลนปกคลุมไปทุกที่ และมีแสงแดดที่ให้ความรู้สึกสว่างสดใสกว่าวันที่มีแต่ฝนเป็นอย่างมาก

โจกุลซาลอน ที่นี่คือทะเลสาบที่เป็นส่วนหนึ่งบริเวณชายขอบของอุทยานแห่งชาติ Vatnajökull เกิดจากการไหลรวมกันของธารน้ำแข็งที่ละลายแล้วกลายเป็นทะเลสาบที่มีก้อนน้ำแข็งขนาดต่าง ๆ ลอยเอื่อย ๆ เบียดตัวกันอยู่ ถ้าเดินเข้าไปใกล้ก็จะได้ยินเสียงน้ำแข็งดังเอี๊ยดอ๊าด

ถัดมาไม่ไกลกันตอนขากลับเราก็แวะที่ Diamond Beach อีกหนึ่งจุดไฮไลต์ของไอซ์แลนด์ ที่นี่คือหาดทรายสีดำที่เป็นชายฝั่งของเกาะไอซ์แลนด์ เมื่อก้อนน้ำแข็งไหลออกจากทะเลสาบโจกุลซาลอนสู่ทะเลแล้ว บางส่วนจะถูกคลื่นซัดพัดพากลับเข้ามาที่ฝั่งอีกครั้ง และมากองรวมกันที่ชายหาดแห่งนี้

7 วันในไอซ์แลนด์ของเราอาจจะพอเป็นไกด์ให้คนที่อยากเดินทางคนเดียวแบบเราพอเห็นภาพได้ว่าควรวางแผนการเดินทางอย่างไรดีถ้าไม่ขับรถเอง สรุปให้คร่าว ๆ ประมาณนี้

  • ซื้อ day tour สบายที่สุด ทั้งการแวะเที่ยวและเดินทางระหว่างเมือง
  • ที่สำคัญควรลงทุนกับเสื้อผ้า เน้นอุ่นข้างในและใส่เป็นเลเยอร์ ชั้นนอกสุดควรกันน้ำได้ทั้งชิ้นบนและล่าง เราเลือก mix กันระหว่าง The North Face กับ Uniqlo ค่ะ 
  • ค่าใช้จ่ายในการกินและเดินทางค่อนข้างแพงมาก (มากที่สุดเท่าที่เคยเที่ยวในโซนยุโรปมา) ค่าอาหารต่อมื้อแบบกินง่ายตามจุดแวะพักเฉลี่ยอยู่ที่ 400-500 บาท
  • ไม่ต้องแลกเงินสดไปก็ได้ ทุกที่รับบัตรเครดิตหมด

การเดินทางของเรายังไม่จบเพียงเท่านี้ ไปต่อกันที่ ออสโล เลยค่ะ


Instagram @sologirloutthere | Facebook @sologirloutthere

3 responses to “2019S_RVHO: นั่งรถ เรคยาวิก-วิก อีกครั้ง เพื่อไปดูน้ำแข็งให้ได้!!”

  1. 2019S_RVHO | Vik & Hofn – Solo Girl Out There Avatar

    […] ส่วนแผนใหม่จะเป็นยังไง อ่านต่อตอน 3 […]

    Like

  2. Atchara Avatar
    Atchara

    สวัสดีค่ะ

    กำลังจะไป Iceland ต้นต.ค. 2024 คนเดียว ได้อ่านที่คุณเขียนแล้วตัดสินใจว่าซ่ื้อ Day Tour ดีที่สุด มีแนะนำไม้คะว่าเจ้าไหนดี ถ้าเราพักใน Reykj่avik ที่เดี่ยวแล้วซื้อ day tour ทุกวันมันจะเหนื่อยไม้คะ ขอบคุณที่มี Share ความรู้นะคะ

    อัจฉรา

    Liked by 1 person

    1. aamornsri Avatar

      ตอนนั้นหาซื้อแบบด่วนจาก https://www.viator.com/ เลยค่ะ เพราะว่าเปลี่ยนแผนกะทันหัน เลือกจากความสนใจว่าจะไปไหน ราคา และเวลาค่ะ บางอันเป็นขาเดียว บางเป็นไป-กลับเรคยาวิค ซึ่งถ้าไปแค่รูททางใต้ตามแนวชายทะเล แบบ day trip ไปกลับเรคยาวิคน่าจะไม่เหนื่อยค่ะ แต่ถ้าไปไกลกว่านั้น อาจจะลองหาดูแบบขาเดียวที่เป็นจุดเชื่อมต่อไปยังเมืองถัดไป หรืออาจจะเดินทางด้วยรถบัสก็ได้ค่ะ ซึ่งรถบัสก็อย่างที่รีวิวคือรอบน้อย 55 เช็ครอบจากแอป Straeto ได้ค่ะ ถ้าอยากได้ข้อมูลเพิ่มเติมถามได้นะคะ ขอบคุณและยินดีมากๆ ที่ข้อมูลเป็นประโยชน์ค่ะ : >

      Like

Leave a reply to aamornsri Cancel reply

This site uses Akismet to reduce spam. Learn how your comment data is processed.