2019S_RVHO: เสพย์งานศิลป์ กินแซลมอน ที่ออสโล

Day 8-11: Oslo

สำหรับ 4 วันสุดท้ายของทริปนี้ขอเล่ารวม ๆ แล้วกันนะคะ เพราะส่วนใหญ่ในแต่ละวันก็จะเป็นความชิล เดินดูของ ดูเมืองสลับกันไป โรงแรมที่เราพักตลอด 3 คืนนี้คือ Citybox Hotel อยู่ไม่ไกลจากสถานีรถไฟ Oslo Central Station บริเวณรอบ ๆ มีร้านค้า ร้านอาหาร แหล่งชอปปิ้งที่เดินถึงกันได้หมด สะดวกมาก ๆ ส่วนตัวโรงแรมเค้าก็มีระบบเช็คอินแบบ self service ก็คือเมื่อเดินเข้าไปโซนแรกเราจะเจอตู้อัตโนมัติให้แขกเช็คอินด้วยตัวเอง จากนั้นก็จะได้ key card ของห้องเรามาทันที ซึ่งจะสามารถใช้สแกนเข้าไปโซนด้านในโรงแรมและห้องพักของเราได้ เมื่อเช็คเอาต์ก็เพียงแค่กดเช็คเอาต์ที่ตู้เดิมและเอา key card ไปหยอดคืนที่ตู้ข้าง ๆ จากนั้นเดินออกได้เลย สะดวกมาก ๆ 

นี่คือมุมทานอาหารเช้าทุกเช้าที่พักที่นี่ เป็นคาเฟ่ที่เหมือนเป็นส่วนหนึ่งของโรงแรม ใช้คีย์การ์ดเข้า-ออกได้จากด้านในโรงแรม และได้ส่วนลด 15% ถ้าพักที่ Citybox ด้วยค่ะ

มาต่อกันที่สถานที่ที่น่าสนใจในออสโล สำหรับเรามีอยู่หลายที่เลยตอนที่เริ่มหาข้อมูล แต่จากที่ตัดตัวเลือกโดยคำนึงเรื่องการเดินทางและระยะเวลาแล้ว ก็จะเหลือที่ที่ไปมาแล้วชอบ ๆ อยู่ไม่กี่ที่ตามนี้เลยจ้า

The Salmon

หลายคนที่เป็นแฟนของปลาแซลมอนห้ามพลาดที่นี่เลยค่ะ The Salmon เพราะที่นี่เป็นศูนย์ให้ความรู้เกี่ยวการเพาะพันธุ์ปลาแซลมอนเพื่อส่งออกทั่วโลก เรียกได้ว่าปลาแซลมอนนอร์เวย์ที่ขายกันอยู่ตามร้านอาหารนั้นมาจากการเพาะเลี้ยงกันอย่างเอาจริงเอาจังที่นอร์เวย์นี่เอง บริเวณศูนย์นั้นเปิดให้เข้าชมฟรีค่ะ และแนะนอนว่าที่นี่ก็มีร้านอาหารที่เสิร์ฟเมนูที่ทำจากปลาแซลมอนด้วย จะเป็นยังไงก็ตามภาพเลยค่า : >

Munch Museum

สถานที่ต่อมาสำหรับคนสายอาร์ตน่าจะรู้จักและคุ้นเคยกับภาพเขียน The Scream เป็นอย่างดี หรือคนที่ไม่ใช่สายอาร์ตก็ตามอาจจะพอเคยเห็นภาพที่เอามาทำเป็นมีมบ้าง ซึ่งเป็นภาพเขียนที่มีชื่อเสียงโด่งดังมากที่สุดของ Edvard Munch จิตรกรชาวนอร์วีเจียน และภาพ The Scream ต้นฉบับก็ได้ถูกจัดแสดงอยู่ที่ Munch Museum นี้เอง

ถัดมาสำหรับใครที่ชอบมิวเซียมที่เนื้อหาหนัก ๆ หน่อย ขอแนะนำ The Nobel Museum เลยค่ะ ส่วนเราแค่เดินแวะเข้าไปดูแป๊บเดียวเพราะเวลาไม่พอ แต่ก็เสียเงินให้กับร้านหนังสือในนั้นจนได้ เพราะหนังสือเนื้อหาเกี่ยวกับสิทธิมนุษยชน ปรัชญา การเมือง การอนุรักษ์ป่าและสัตว์ เป็นต้น ที่เนื้อหาหนัก ๆ ทั้งหลายอัดแน่นอยู่ในพื้นที่เล็ก ๆ นี้เต็มไปหมด ซึ่งก็ไม่ใช่เฉพาะผู้ใหญ่เท่านั้นที่จะอ่านได้ หนังสือสำหรับเด็กในร้านนี้ก็จะเป็นเนื้อหาอย่างที่ว่ามาทั้งหมด ไม่มีนิทานเจ้าหญิงเจ้าชายใด ๆ ในนี้ค่ะ เราเลิฟมากกก

ส่วนอีกที่นึงที่เราไปมาแต่ไม่ค่อยประทับใจเท่าไหร่คือ Northern Lights Xperium เสียค่าเข้าชม 150 NOK (ประมาณ 460 บาท) แต่มีแค่ VDO เกี่ยวกับการเกิดแสงเหนือให้ดูอย่างเดียว แล้วก็เดินออกมาเจอร้านขายของที่ระลึกเลย เป็นอะไรที่แอบรู้สึกผิดหวังอะ

ปิดท้ายทริป 11 วัน ไอซ์แลนด์-นอร์เวย์ ไว้ด้วยชุดซาชิมิแซลมอนนอร์เวย์แบบ Norwegian style เท่าที่สังเกตที่นอร์เวย์เค้านิยมกินซาชิมิกับซอสพอนสึมากกว่า จากภาพก็คือเค้าราดมาให้เลย อาจจะแตกต่างจากการแบบญี่ปุ่นแต่ก็อร่อยไปอีกแบบนะคะ

ขอบคุณที่ติดตามอ่านกันนะคะ แล้วไปเที่ยวด้วยกันอีกนะ : >


Instagram @sologirloutthere | Facebook @sologirloutthere