2018S_BWKV | Vienna

Day 8: Relax in Vienna

เราเดินทางจากคราคูฟด้วย overnight bus เข้าสู่เวียนนา การเดินทางราบรื่นดี ใช้เวลาประมาณ 8 ชั่วโมง แอบบอกว่าช่วงที่พระอาทิตย์กำลังจะขึ้นนั้นวิวสองข้างทางดีมากกกกก ถ้าเลือกได้ให้จองแถวหน้าสุดชั้นสอง จะฟินมากกกกก

ที่เวียนนานี้เราเลือกพักที่ ibis Wien Hbf ดูจากชื่อก็มั่นใจได้เลยว่าใกล้สถานีรถไฟแน่นอน (Hbf = Hauptbahnhof = สถานีรถไฟ) แต่ก็ไม่คิดว่าจะใกล้ถึงขนาดประตูชนประตูเลยทีเดียว และราคาสำหรับเราถือว่าคุ้มค่ากับความสบายมากๆ ซึ่งรอบๆ สถานีก็มีโรงแรมรายล้อมเยอะทีเดียว สามารถเลือกได้ว่าอยากพักระดับไหน ส่วนภายในสถานีก็มีร้านอาหารเยอะมาก อารมณ์เหมือน food court แนะนำว่าไม่ต้องเสียค่าอาหารเช้าให้โรงแรมค่ะ เดินมากินในสถานีถูกกว่า

สำหรับ 2 วันสุดท้ายในเวียนนานี้ไม่ได้วางแผนอะไรจริงจังมาก เน้นพักและชอปปิ้งเป็นหลัก วันนี้จึงมีเพียงที่เดียวที่จะไปคือ Albertina Museum เป็น Art Museum ที่สำคัญและจัดแสดง (ถาวร) ผลงานศิลปะของศิลปินแนว Impressionism ที่มีชื่อเสียงอย่าง Monet และผลงานของศิลปินท่านอื่นอีกมากมาย เรารู้จัก Monet จากวิชาประวัติศาสตร์ศิลป์มานาน พอจะรู้แนวบ้างว่าผลงานเค้าเป็นแนวไหน เห็นภาพผลงานจากหนังสือก็ไม่เข้าใจว่าแล้วมันจะพิเศษตรงไหน แต่สิ่งที่ทำให้เราทึ่งคือ จำนวนผลงานของเค้าที่นำมาจัดแสดงน่าจะร่วมร้อยชิ้นได้ และแต่ละชิ้นก็แสดงเอกลักษณ์ของเทคนิคอย่างชัดเจน ยิ่งพอได้เข้าไปดูของจริงใกล้ๆ คือสวยมาก เรียกได้ว่าแค่ได้มาดูผลงานของ Monet อย่างเดียวก็คุ้มแล้วค่ะ

รอบมิวเซียมนี้จะล้อมรอบไปด้วย shopping street และคาเฟ่ดีๆ มากมาย คาเฟ่ที่ห้ามพลาดเลยก็คือ Cafe Sacher Wien แต่เราจะเก็บไว้ไปวันสุดท้ายค่ะ ส่วนวันนี้เราไปที่คาเฟ่โมสาร์ทซึ่งอยู่ฝั่งตรงข้ามกับมิวเซียมพอดี

เดินเตร็ดเตร่ไปเรื่อยๆ ก็บังเอิญมาเจอ Christmas Market ที่หน้าโบสถ์ Stephan เอกลักษณ์ของตลาดคริสต์มาสก็คือ ไวน์อุ่น เรานี่รีบพุ่งตัวเลยค่ะ แล้วเราก็เจอร้านขายซุปข้นที่เสิร์ฟใส่ก้อนขนมปัง เลยจัดมาหนึ่งก้อน อร่อยมากค่ะ แต่ต้องรีบกินนะคะ ไม่งั้นขนมปังมันจะแฉะ แล้วซุปก็จะซึมออกมา ฮ่าๆ

Day 9: Another Relax Day

วันสุดท้ายของเรากับทริปนี้ก็ยังคงเป็นวันชิลๆ ค่ะ เน้นชอปปิ้งและเดินเล่น โดยก่อนที่จะออกไปชิลเราก็จัดการฝากกระเป๋าไว้ที่ล็อกเกอร์ในสถานีรถไฟพร้อมกับซื้อตั๋วรถไฟไปสนามบินไว้ให้เรียบร้อย ขากลับจะได้ไม่ต้องพะวง แต่ก็ควรเผื่อเวลาไว้ด้วยเพราะห้องล็อกเกอร์อยู่ไกลจากชานชาลามากกกกก ไม่งั้นเดี๋ยวจะเสียค่าตั๋วไปฟรีๆ ค่ะ

หลังจากที่ได้สำรวจคร่าวๆ ไปแล้วเมื่อวาน เส้นทางการชอปปิ้งวันนี้เริ่มต้นที่ Stephanplatz ค่ะ มีทั้งแบรนด์เนมและไม่แบรนด์เนม ร้านหนังสือ ร้านของที่ระลึก ตกบ่ายพอเริ่มเหนื่อยแล้วก็มาพักทานขนมที่นี่เลยค่ะ Cafe Sacher Wien ห้ามพลาดเด็ดขาดเพราะมันคือร้านขนมที่เก่าแก่และมีชื่อเสียงของเวียนนา

เจ้าขนมที่ว่าก็คือ Sachertorte เป็นเค้กช็อกโกแลตที่มีรสเปรี้ยวของแยม apricot แทรกอยู่ ทานคู่กับวิปครีม และชาที่เป็น signature ของเค้า ซึ่งถ้าติดใจหรืออยากซื้อกลับไปให้คนที่บ้านทานก็สามารถทำได้ค่ะ packaging เค้าดีมาก เราซื้อแบบที่เป็นปอนด์เล็กแล้วใส่เป้ถือขึ้นเครื่อง วางนอนบนที่เก็บสัมภาระด้านบน กลับถึงไทยยังอยู่ในสภาพเดิมเป๊ะ ไม่มีบุบสลายค่ะ


จบแล้วค่ะสำหรับทริปยาวๆ ทริปนี้ โดยรวมเป็นทริปที่ใช้สมองเยอะที่สุด ต้องทำการบ้านเยอะมาก พยายามเก็บสถานที่ที่เกี่ยวกับ holocaust ให้เยอะที่สุด โดยที่ลืมนึกไปว่าการเสพเรื่องพวกนี้เยอะๆ มันทำให้เรารู้สึกหดหู่โดยไม่รู้ตัว คือไม่ได้เศร้าร้องไห้ แต่มันไม่ร่าเริงไปเอง ที่เวียนนาเราเลยปล่อยชิลเลย เพราะเริ่มรู้สึกตัวแล้วว่ามันซึมๆ หงอยๆ

ปิดท้ายด้วยรูปโปสการ์ดที่ได้จากทริปนี้ ขอบคุณที่เข้ามาอ่านกันนะคะ แล้วเจอกันทริปถัดไปค่ะ : )