2024S_MZG: ดูวิว Matterhorn ฉ่ำๆ 3 วัน ที่ Zermatt

Published by

on

ต่อจากอิตาลี เราวางแผนไปนอนค้างที่ Zermatt 3 คืน 3 วัน ซึ่งเราว่าเป็นจำนวนวันที่กำลังดีค่ะ ไม่มากไม่น้อยไป บางคนคิดว่ามาค้างคืนเดียวก็พอเพราะเห็นว่าเป็นเมืองเล็กๆ แต่ความเล็กนั้นไม่สำคัญเท่ากับว่ามาดูอะไรค่ะ ;>

เราเดินทางออกจาก Milan ตั้งแต่เช้า 8 โมง ด้วยรถไฟ โดยจองตั๋วไว้ล่วงหน้าผ่าน SBB ราคา 77.2 CHF เมื่อได้ตั๋วมาแล้ว ตรงนี้ต้องอ่านดีๆ นะคะ เพราะมันจะต้องมีการเปลี่ยนขบวนที่สถานี Brig ซึ่งต้องลงและเดินมาขึ้นที่ชานชาลาด้านนอกอีกที ถ้าหาไม่เจอก็สามารถถามเจ้าหน้าที่ได้ค่ะ หลังจากขึ้นรถไฟเรียบร้อย ก็เพลิดเพลินกับวิวสวยๆ สองข้างทางได้เลยค่ะ จนกว่าจะถึง Zermatt

เราเดินทางถึง Zermatt ประมาณเที่ยงพอดี เราเลือกพักที่ Apartments Patricia ซึ่งอยู่ห่างจากสถานีรถไฟไปพอสมควรเพราะราคาไม่แรงมากและห้องดี คือถ้าเดินก็ได้แต่เหนื่อยหน่อย เราเลยยอมจ่าย 30 CHF เพื่อให้รถจากที่พักมารับที่สถานีก่อนในครั้งแรก เพื่อดูลาดเลาก่อน ฮ่าๆ แต่ก็ถือว่าคิดถูก เพราะตัวที่พักตั้งอยู่บนเนินสูงมาก ถ้าไม่มีพี่คนขับช่วยยกกระเป๋าให้คือท้อใจแน่นอน

ตอนที่เราจองผ่าน booking เราค่อนข้างทำใจไว้นิดนึงว่ามันอาจจะไม่ได้สะดวก สบายมากนัก เพราะอยู่ห่างจากสถานีรถไฟประมาณนึง และเราไม่ต้องการนอนรวมกับใคร เลยตัดตัวเลือกพวก dorm ทั้งหลายออกไป ราคาก็จะแอบสูงหน่อย แต่พอเข้าพักจริง เราพอใจกับที่นี่มาก เพราะห้องกว้าง สะอาด มีอุปกรณ์ครัวให้พร้อมเครื่องปรุงพื้นฐานเช่นพวกเกลือ พริกไทย น้ำมันพืช ได้วิวระเบียงที่นั่งมองยอดเขา Matterhorn ได้ทั้งวันทั้งคืน ใกล้ๆ กับที่พักก็มี supermarket เล็กๆ ให้เดินไปซื้อของมาทำอาหารกินเองได้ มีป้ายรถบัสที่เดินข้ามถนนมาก็ถึง คือสะดวกมากๆ 

เนื่องจาก Zermatt เป็นเมืองเล็กๆ ในหุบเขา สามารถเดินรอบเมืองได้ในวันเดียว ที่นี่เลยไม่มีการใช้รถยนต์ส่วนตัว เน้นเดินและรถบัสที่วิ่งวนรอบเมือง อีกส่วนจะเป็นพวกรถขนของและรถรับส่งของโรงแรม 

จากที่เราหาข้อมูลหลายแหล่ง ส่วนใหญ่จะเชียร์ให้ซื้อไว้เพราะเค้าบอกว่าคุ้ม เพราะนอกจากจะได้ตั๋วรถไฟสายต่างๆ ตามแพคเกจแล้ว ก็ยังได้ส่วนลดค่าขึ้นเขาต่างๆ อีกด้วย ซึ่งแพคเกจที่ว่านี้ราคาแรงมาก (295CHF สำหรับเดินทาง 4 วันติดต่อกัน) แต่พอมาคิดเลขจริงๆ แล้ว มันไม่ได้คุ้มขนาดนั้นหากคุณไม่ได้นั่งรถไฟออกไปนอกเมืองทุกวัน และเมื่ออ่านเงื่อนไขดีๆ ค่าขึ้นเขาต่างๆ นั้นก็ได้เพียงเป็นส่วนลด 50% เท่านั้น เท่ากับว่าซื้อสวิสพาสแล้วคุณยังต้องจ่ายค่าตั๋วขึ้นเขาเพิ่มอีก ดังนั้นก่อนซื้อแนะนำให้คำนวณค่าใช้จ่ายดีๆ ก่อนมือลั่นนะคะ 🙂

อย่างที่บอกไว้ในช่วงแรกว่า ระยะเวลา 3 วัน 3 คืน ที่ใช้ใน Zermatt นั้นเป็นระยะเวลาที่พอดี ไม่มากไม่น้อยเกินไป เพราะการจะได้เห็นวิว Matterhorn ที่เพอร์เฟคนั้นก็ขึ้นอยู่กับดินฟ้าอากาศด้วย ที่ Zermatt เค้าจะมีกำหนดจุดชมวิวเอาไว้ หนึ่งในนั้นคือที่สะพาน Kirchbrücke ในวันที่เราไปถึงวันแรก เป็นช่วงบ่ายแล้ว แม้ว่าแดดจะออกแต่ก็มีเมฆมาบังยอดเขาตลอดเวลา แต่พอวันที่ 2 หิมะตกและมีหมอกลงในตอนเช้า ในใจคิดว่าสงสัยวันนี้จะเฟล แต่เมื่อเดินมาที่สะพานนี้อีกครั้ง ฟ้าใสกิ๊ง เห็นยอดเขาชัดสวยมากกกก  

และในวันที่ 2 นี้เอง หลังจากเช็คสภาพอากาศแล้วว่าฟ้าเปิดและ Cable car ไม่ปิดบริการ เราก็เลยกดจองตั๋ว Matterhorn Glacier Paradise จากเว็บ https://zermatt.swiss/en หรือแอป Matterhorn ก็ได้เช่นกันค่ะ ในนี้จะมีเส้นทางของ Cable car ไปยังยอดเขาต่างๆ ให้ดู แล้วก็เลือกจองได้เลย ราคาค่อนข้างแรง แต่เมื่อได้ขึ้นแล้วคือคุ้มมาก! ปลายทางของ Cable car นี้ไม่ใช่ยอด Matterhorn นะคะ แต่คือ Matterhorn Glacier Paradise ซึ่งจะเป็นอีกยอดเขานึง ที่จะเป็นเส้นทางให้เราชม Matterhorn ได้ตลอดทางและหลายมุมมอง เราสามารถแวะชมวิวที่สถานีระหว่างทางได้ในตอนขาขึ้น วิวระหว่างทางคือสวยตาแตก แอบบอกไว้ก่อนว่าคนกลัวความสูงอาจจะมีเสียวๆ เพราะมันสูงมาก แต่ในระหว่างที่นั่งเรารู้สึกปลอดภัยนะคะ นอกจากวิวที่สวยแล้วเราก็ทึ่งกับความแข็งแรงของ Cable car นี่แหละ 

วันสุดท้ายที่ Zermatt ของเราก็เป็นวันธรรมดาที่พิเศษอีกวันนึง เราตั้งใจว่าจะอยู่ห้องทำอาหารกินชิลๆ แล้วอาจจะออกไปเดินซื้อของฝากในเมืองนิดหน่อย วิวไฮไลต์ของ Matterhorn อีกวิวนึงก็คือวิวในช่วงพระอาทิตย์ขึ้น ซึ่งโชคดีมากๆ ที่เช้าวันนี้ฟ้าเปิด ไม่มีหมอกลงเลย และเราสามารถนั่งมองวิวนี้ได้จากระเบียงห้องเราไปเรื่อยๆ พร้อมกับกินอาหารเช้าไปด้วย โคตรจะฟิน! 

อีกวิวนึงที่เราบังเอิญตื่นมาเข้าห้องน้ำตอนดึกๆ แล้วก็ลองเอามือถือถ่ายดาวบนท้องฟ้าดู ปรากฏว่ามันเห็นไปถึงยอดเขา Matterhorn เลย!

หลายคนอาจคิดว่า Zermatt เป็นเมืองเล็กๆ ไม่ค่อยมีอะไรให้ทำ แต่จริงๆ ก็มีกิจกรรมหลายอย่างเลย ถ้าแอดวานซ์หน่อยก็ไปเล่นสกี หรือจะเล่น paragliding ก็มีค่ะ ถ้าช่วงฤดูร้อนก็เดิน trail หรือ hiking ก็ว่าไป หากไม่รีบไปไหนก็อยากให้ใช้เวลาที่เมืองนี้ซัก 2-3 วันถือว่ากำลังดีค่ะ 🙂

ไป Geneva กันต่อ!

Leave a comment

This site uses Akismet to reduce spam. Learn how your comment data is processed.