เมื่อถึงช่วงกลางปีที่จะต้องเลือก 1 หมุดหมายเพื่อไปดำน้ำ มัลดีฟส์คือหนึ่งในตัวเลือกที่ถ้าคิดไม่ออกแล้ว หรือเมื่อลองหาข้อมูลดูแล้วมาช่างแพงและยากเย็นเหลือเกิน ที่นี่คือตัวเลือกที่สบายใจที่สุด ทั้งการเดินทางที่เข้าถึง Dive site ไม่ยากเกินไป บวกกับราคาค่าบริการต่างๆ ที่พัก สภาพแวดล้อม เราเลยรู้สึกว่ามัลดีฟส์เป็นมิตรกับเราที่สุดแล้ว โจทย์ถัดมาคือ แล้วจะไปดูอะไรดีที่ไม่เหมือนเดิม?
ในบรรดาเกาะมากมายที่กระจายตัวอยู่บนมหาสมุทรอินเดียนั้น แต่ละเกาะก็มีจุดเด่นแตกต่างกันไป ใครอยากดูอะไรก็ไปตรงนั้น ปีนี้เราเลือกลงไปเกือบใต้สุดเพื่อไปดูฉลามเสือที่เกาะ Fuvahmulah

หลังจากอีเมลถามข้อมูลแพคเกจกับ Dive resort ต่างๆ แล้ว เราก็ตกลงเลือกจองกับ Extreme Dive Fuvahmulah โดยเราสามารถเลือกที่พักที่เป็น Partner กับทางร้านได้ตามที่เราสะดวก พร้อมกับเค้าจะจอง Domestic flight ไปกลับระหว่างสนามบิน Male กับเกาะ Fuvahmulah ให้ด้วย ค่าใช้จ่ายรวมอยู่ในที่เดียว เรียกได้ว่าสะดวกมาก
ที่พักที่เราเลือกคือ AIG Grand เพราะเห็นภาพตัวอย่างแล้วห้องดูน่าจะนอนสบาย แถมอยู่ติดชายหาดด้วย พอไปถึงก็รู้สึกว่าดีกว่าที่คาดไว้ (เราไม่ค่อยคาดหวังสูงกับที่พักเวลาไปดำน้ำอยู่แล้ว ฮ่าๆ) โรงแรมสูง 4 ชั้น (สูงสุดบนเกาะ) มีร้านอาหารบนชั้นดาดฟ้า ตอนเย็นๆ เราชอบไปนั่งกินมื้อเย็นบนนั้นเพราะเห็นวิวทะเลสวยมาก ส่วนเรื่องรสชาติอาหารขอไม่พูดถึง ฮ่าๆ

ในส่วนของตารางดำน้ำ ที่เกาะนี้จะออก 3 ไดฟ์ต่อวัน เช้าสอง บ่ายหนึ่ง ในแต่ละวันจะมี Tiger zoo 1 ไดฟ์ โดยแล้วแต่ว่าวันนั้นเค้าจะพาไปในไดฟ์ที่เท่าไหร่ เราไป 3 วัน 8 ไดฟ์ ได้ไปดู Tiger zoo ทั้ง 3 วันค่ะ 2 วันแรกได้ไปที่ไดฟ์บ่าย ส่วนวันสุดท้ายได้ไปไดฟ์ที่สองค่ะ ในแต่ละวันที่ไปนั้นได้ประสบการณ์ไม่เหมือนกันเลยขึ้นอยู่กับสภาพอากาศ visibility และความหิวของพี่เสือด้วย ส่วนไดฟ์อื่นๆ ในแต่ละวันก็เฉยๆ ไม่มีอะไรน่าตื่นเต้นโผล่มาตอนช่วงวันและเวลาที่เราไปค่ะ เพราะฉะนั้นเราจะขอเล่าเน้นเฉพาะไดฟ์ Tiger zoo ละกันนะคะ : )
Day 1 ไดฟ์บ่าย
เนื่องจากเป็นไดฟ์แรกของทั้งกรุ๊ปที่จะลงดูฉลามเสือ ไดฟ์ลีดจึงมีการบรีฟเรื่องวิธีการเข้าไปดูและการปฏิบัติตัวในระหว่างดูเพื่อไม่ให้เกิดอันตรายกับตัวเรา จุดที่เราจะไปดูฉลามเสือนั้นก็นั่งเรือออกไปหน้าเกาะประมาณไม่ถึงสิบนาที เรือจะปล่อยนักดำน้ำลงที่หน้า reef แล้วให้เราว่ายเข้าหา reef แล้วเลาะไปตามแนว ห้ามแตกแถว ห้ามแวะถ่ายรูปหรือวิดีโอ เพื่อมุ่งหน้าไปที่จุดนัดพบของเรากับฉลามเสือ ที่จุดนัดพบจะเป็นลานกว้างประมาณหนึ่งที่ความลึกประมาณ 10 เมตร เหล่านักดำน้ำผู้มาเยือนจะถูกบรีฟให้เกาะโขดหินเอาไว้แน่นๆ และหมอบต่ำ หันหน้าเข้าสู่ลานโชว์ ด้านหลังของพวกเราเป็นน้ำทะเลล้วน ไม่มีอะไรกำบัง ไดฟ์ลีดจะแบ่งหน้าที่กัน คนนึงจะทำหน้าที่ล่อฉลามให้ว่ายมา ส่วนที่เหลือจะคอยระวังหลังให้เราหากเกิดเหตุการณ์ฉลามว่ายมาจากด้านหลังหรือปลิวหลุดไปเพราะเกาะหินไม่แน่นเนื่องจากกระแสน้ำค่อนข้างแรง เมื่อทุกอย่างเข้าที่แล้ว ไดฟ์ลีดก็จะเริ่มเรียกพี่ฉลามเสือออกมาโดยการส่งสัญญาณให้เรือหย่อนหัวทูน่าลงมาที่ด้านล่าง ตรงกลางลานจะมีกองหินที่สุมๆ ไว้อยู่ เพื่อเอาไว้ใส่หัวทูน่าที่ฉีกเป็นชิ้นๆ และมีเลือดกระจายออกมา เมื่อพี่ฉลามเสือได้กลิ่นเลือด ก็จะมาว่ายวนเวียนอยู่ที่กองหินนี้ให้เราได้ดูกันอย่างใกล้ชิดมากๆ
ในไดฟ์ Tiger zoo ไดฟ์แรกของเรา พี่ฉลามเหมือนอิ่มแล้ว ก็จะเรียกไม่ค่อยมา แล้วก็ไม่ค่อยอยู่กับเราเท่าไหร่ ก็เลยมีความเซ็งๆ เล็กน้อย แต่ไม่เป็นไร เรายังมีโอกาสอีกสองวันค่ะ
Day 2 ไดฟ์บ่าย
การไปเจอฉลามเสือวันนี้ต่างจากเมื่อวานมาก อากาศบนบกมีฝนตกก่อนดำเล็กน้อย ส่วนด้านล่างคลื่นแรงกว่าเมื่อวานมาก ประกอบกับวันนี้พี่ฉลามเสือแอคทีฟสุดๆ การดูโชว์วันนี้จึงรู้สึกเป็น 30 นาทีที่ยาวนานมาก จนบางจังหวะต้องปล่อยมือจากกล้องเพื่อกอดโขดหินไว้ไม่ให้ตัวเองปลิวเข้าไปในดงฉลาม ฮ่าๆๆ
Day 3 ไดฟ์เช้า
Tiger zoo ไดฟ์นี้เป็นไดฟ์ที่ดีที่สุดของเรา เพราะอากาศดี น้ำใส คลื่นไม่แรงเท่าเมื่อวาน และพี่ฉลามเสือว่ายมาหาถึง 4 ตัว โดยก่อนถึงลานโชว์ ก็มีบางตัวว่ายมารับเราระหว่างทางด้วย จากที่ว่ายอย่างสงบเสงี่ยมไม่แตกแถว ทุกคนก็พร้อมใจหันกล้องไปหาพี่เค้าทันที ตอนกลับก็ยังมีว่ายมาส่งด้วย จบไดฟ์สุดท้ายแบบแฮปปี้สุดๆ ^_^
สรุปสุดท้าย หากใครอยากเห็นฉลามเสือจริงๆ แบบแน่นอน ก็มาที่ Fuvahmulah ได้เลย นักดำน้ำส่วนใหญ่เท่าที่เห็นก็จะเป็นช่างภาพใต้น้ำเยอะอยู่ บรรยากาศบนเกาะก็ดี มีหาดให้พอเดินเล่นได้บ้าง เหมาะเป็นที่พักสมองสุดๆ ค่ะ :>


Leave a comment