2022D_Bali: ดำน้ำคนเดียวที่บาหลี

Published by

on

ทริปดำน้ำจริงจังหลังโควิดซา

ต้องยอมรับเลยว่า หากยังจำกันได้ ช่วงปี 2021-2022 นี้เป็นช่วงที่มีการเปิดๆ ปิดๆ มาตรการต่างๆ หลายรอบ ทำให้การวางแผนเดินทางท่องเที่ยวต่างๆ ก็ต้องรอดูจังหวะว่าจะจองได้ไม่ได้ จองได้แล้วจะไปได้มั้ย ทริปดำน้ำก็เช่นกัน ซึ่งนอกจากเราต้องดูเรื่องการเดินทางในช่วงโควิดแล้ว ก็ต้องระวังช่วงมรสุมของไทยด้วย และด้วยปัจจัยหลายๆ อย่าง ทั้งงาน ทั้งเวลา เราเลยเลือกไปเลือกมา จึงได้มาลงเอยที่ บาหลี

สำหรับบาหลี เราเคยมาเที่ยวบกแล้วทีนึง ประทับใจมากๆ ธรรมชาติสวย สถานที่ท่องเที่ยวทางวัฒนธรรมก็ดี คราวนี้เราเปลี่ยนมาดำน้ำเป็นหลักที่นี่ในช่วงเดือนสิงหาคม โดยเลือกปักหลักในโซน Padangbai เพราะเดินทางไม่ไกลมากจากสนามบิน (DPS) และมี Dive resort หลายเจ้าให้เลือก จากการอีเมลถามไปหลายที่ ก็มาลงเอยที่ OK Divers Resort & Spa ซึ่งเป็นตัวเลือกที่ดีมากหากเดินทางคนเดียว เพราะที่นี่มีพร้อมให้ทุกอย่าง เป็นทั้งที่พัก ร้านอาหาร และ Dive center ในตัว มีรถรับส่งจากสนามบิน หรือหากต้องการเช่ารถพร้อมคนขับ เราก็ให้ทางโรงแรมจองให้ได้เช่นกัน เรียกได้ว่าสะดวกมากๆ แนะนำค่ะ

สำหรับโซนนี้ สิ่งที่นักดำน้ำอยากเจอก็คือ Mola Mola ซึ่งเป็นปลาที่ชอบน้ำเย็นและมักจะอยู่ลึกมาก ช่วงเวลาที่เราไปเป็นช่วงเดือนที่มีโอกาสจะเจอน้องได้ แต่ระยะหลังๆ มานี้ อุณหภูมิของน้ำทะเลสูงขึ้น ทำให้น้องไม่ค่อยมาปรากฏตัวให้เห็นเท่าไหร่ ก็จะต้องมาลุ้นเอาว่าวันไหนน้องจะขึ้นมาให้เราเห็นบ้าง

สภาพอากาศในช่วงเดือนสิงหาคมตอนที่เราไปนั้นถือว่าค่อนข้างดีถ้าอยู่บนบก ฮ่าๆ เพราะเย็นสบาย มีลมพัด ถ้านอนอยู่บนบกก็คือชิลมาก แต่ไม่ใช่ในน้ำ… ด้วยความที่เรางานยุ่งมาก ไม่ได้ศึกษาหรือเตรียมตัวไปก่อนเลยว่าที่บาหลีช่วงนั้นอากาศเป็นไง คิดว่าก็คงไม่ต่างจากเมืองไทยหรอก น่าจะร้อนๆ ไม่ต่างกัน แต่พอเช้าวันแรกที่ออกมานั่งกินมื้อเช้า เราก็เริ่มหวั่นใจกับลมที่ว่าพัดเย็นสบาย เพราะขนาดอยู่บนบกยังรู้สึกเย็นๆ แล้วถ้าลงน้ำจะไหวมั้ย ระหว่างกินมื้อเช้า ก็มองดูทีมไดฟ์ลีดเค้าแต่งตัว ทุกคนแต่งแบบจัดเต็มมาก เวทสูทชั้นเดียวไม่พอ มี hoodie vest อีกชั้น พร้อม boots ทำให้เราเริ่มไม่แน่ใจละว่าจะรอด แต่ก็ใจดีสู้เสือไปก่อน…

พอลงน้ำไดฟ์แรกก็รู้เรื่องเลย ข้างล่างนี่เย็นมากสำหรับเรา (ประมาณ 27 องศา) จำได้ว่าเจอแมนต้าเยอะมากที่ Manta point แต่รู้สึกว่าอยากจะรีบขึ้นเร็วๆ เพราะหนาวเหลือเกิน แถมพอขึ้นเรือมาก็อาการไม่ดีอีก เพราะไม่ได้กินยาแก้เมาคลื่นกันไว้ก่อน จบวันนั้นสองไดฟ์ก็คือนอนตุย

เจอแมนต้าแบบรัวๆ เหมือนนัดคิวกัน ตัวนึงบินออก อีกตัวรอบินเข้า ตัวบินมาข้างๆ อีกตัวบินมาข้างบน

พอวันที่สอง กินยาแก้เมาคลื่นเรียบร้อย แต่ก็ยังไม่สบายตัวเพราะใต้น้ำมันหนาวมากสำหรับเราที่มีแค่เวทสูท 3 mm. จนไดฟ์สุดท้ายของวันนี้ ไดฟ์ลีดเห็นเราสั่นเป็นลูกนกทุกครั้งที่ขึ้นมา เค้าเลยสละ vest ของเค้าให้เราใส่ ก็พอจะช่วยได้นิดนึง หลังจากไดฟ์นี้เราก็รู้สึกไม่สบายตัวกว่าเดิม ปวดหัว ปวดตัวเหมือนจะเป็นไข้ ตอนนั้นในใจกลัวว่าถ้าเป็นโควิดนี่จะแย่หนักกว่าเดิม ก็พยายามกินยา กินน้ำอุ่น และนอนยาวๆ ไป หวังใจว่าวันพรุ่งนี้ซึ่งเป็นวันสุดท้ายของการดำน้ำ อาการเราจะดีขึ้น

Blue Spotted Sting Ray at Gili Mimpang

วันสุดท้าย เราตื่นมาพร้อมอาการปวดหัวนิดๆ และรู้สึกหนาวๆ แต่ก็คิดว่ายังไหว เลยไม่ได้ยกเลิกทริป แต่ว่าวันนี้ไม่เหมือนทุกวันที่ผ่านมา เพราะวันนี้เหลือแค่เรากับนักดำน้ำผู้หญิงอีกคนชื่อ เมลานี ที่เค้าจัดทริปให้เราสองคนไปอีก dive site นึงด้วยกัน ชื่อว่า Amed ซึ่งต้องนั่งรถตู้ออกไปจากที่พักประมาณชั่วโมงนึง เราก็หลับไปตลอดทางเพราะต้องการเซฟพลังไว้ดำน้ำให้ไหว พอถึงที่หน้าหาด ไดฟ์ลีดก็จะเล่าแผนการดำน้ำให้ฟังว่าเราจะ shore dive กันนะ เพราะมันคือชายหาดเลย ไม่มีท่าเรือใดๆ ต้องแบกทุกอย่างเดินลงทะเล เราก็ประเมินละ ไม่น่าไหว เมลานีก็ดูจะไม่เอาด้วย เค้าก็เลยเสนอที่ใหม่ไม่ไกลจากเดิม และบอกว่าที่ใหม่นี้น่าจะง่ายขึ้น เพราะจะมีเรือเล็ก (ที่นั่งได้ 2-3 คน) พาออกไป เราก็ลองไปดู เผื่อจะดีกว่าเดิม ปรากฏว่าพอมาถึง ก็เจอนักดำน้ำเพียบเลย น่าจะหนีตายมาจากที่เดิมที่เราไปมา ฮ่าๆ ณ ตอนนั้นเป็นเวลาประมาณเกือบๆ 11 โมง เราก็ประเมินสถานการณ์ตรงหน้า แดดตอนใกล้เที่ยงขนาดนี้ ต้องเดินแบกถังอากาศไปตามชายหาดที่เป็นหินๆ ขึ้นเรือเล็กอย่างทะลักทุเล พายออกไปสู้กับคลื่น เพื่อลงไปดำ และอาจจะไม่ได้เจออะไรที่ว้าวขนาดนั้น (ก่อนลงเราจะถามว่าที่นี่มีอะไรให้ดู) ก็เลยตัดสินใจเททุกไดฟ์ของวันนี้ไปเลย เพราะเราว่าถ้าฝืนดำไป อาการเราน่าจะแย่ลง เลยไม่เสี่ยงดีกว่า สุดท้าย จบทริปนี้ เราดำไป 4/6 ไดฟ์ ฮ่าๆ

ทริปนี้เป็นบทเรียนสำคัญของเราเลยว่าเราไม่ควรชะล่าใจกับการเตรียมตัวไปเที่ยวแม้ว่าเราจะไปมากี่ที่มาแล้วก็ตาม โดยเฉพาะการดำน้ำซึ่งมีตัวแปรมากมายที่จะทำให้การดำน้ำไม่สนุก ทริปนี้จึงเป็นสิ่งเตือนใจว่าไม่ว่าจะงานยุ่งแค่ไหน แม้ว่าจะออกเดินทางไปพักผ่อน ก็ควรใส่ใจกับการเตรียมร่างกายให้พร้อมรบ และศึกษาข้อมูลก่อนออกเดินทาง จะได้ไปพักจริงๆ ไม่ใช่ไปป่วยกลับมา : )

ปล. สุดท้ายเราก็ไม่ได้เป็นโควิดนะคะ แค่เป็นไข้จากการดำผุดดำว่ายในน้ำเย็น ; >

Leave a comment

This site uses Akismet to reduce spam. Learn how your comment data is processed.